คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราทุกคนอยากสวย หล่อ ดูดี หน้าใส ไร้สิว แบบโนเมคอัพ ซึ่งการที่ผิวของเราจะเป็นแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับเจ้า Skin Barrier (หนังกำพร้า) นี่แหละค่ะ

ก่อนที่ดาวจะอธิบายว่า พฤติกรรมอะไรของเราบ้าง ที่ส่งผลให้ Skin Barrier ของเราพัง! และจะทำอย่างไรให้ผิวแข็งแรง เรามาทำเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวหนังแบบคร่าวๆ กันก่อนเลยค่ะ
 
ผิวหนังของเราเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า (epidermis) หนังแท้ (dermis) และชั้นรองรับผิวหนัง (hypodermis) ซึ่งในที่นี้ ดาวจะขอพูดแค่ epidermis เฉพาะชั้น stratum corneum เท่านั้นนะคะ
 
ผิวหนังชั้นนอกสุด (stratum corneum) ประกอบด้วยโปรตีนและไขมัน โดยเรียงตัวแบบ bricks and mortar ที่แปลว่า อิฐ และปูน
 
ดาวขอเปรียบเทียบเพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพ ให้เราจินตนาการ ลองนึกถึงกำแพงอิฐที่วางต่อๆ กัน โดยมีปูนเป็นตัวยึดอิฐแต่ละก้อนไว้ด้วยกันไม่ให้กำแพงพังทลายลงมา และเราก็มักจะฉาบปูนบางๆ เพื่อไม่ให้เห็นโครงสร้างด้านในของกำแพงและเพื่อให้ดูสวยงาม
 
ใช่แล้วค่ะ...
 
อิฐ (brick) ก็คือ เซลล์ผิว
 
ส่วนปูน (mortar) จะประกอบด้วยไขมันหลายชนิด มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและพยุงโครงสร้างเซลล์ผิวเอาไว้ โดยไขมันที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวก็คือ Skin Barrier ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกสุดในการป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรก หรือสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้ามาในชั้นผิวเรา และช่วยรักษาความชุ่มชื้นจากภายใน
 

การที่เรามีชั้นปูนอยู่น้อย (รวมถึงปูนที่ฉาบด้วยนะคะ) ก็จะทำให้ผิวมีช่องทางให้สารต่างๆ จากภายนอกเข้ามาได้ง่าย ทำให้เกิดการแพ้และการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นเนื่องจากสูญเสียส่วนที่ช่วยกักเก็บน้ำให้กับผิวอีกด้วย
ปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นตัวการให้ Skin Barrier พัง!!!
 
1. การล้างหน้าบ่อยและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะสม
การล้างหน้าบ่อย รุนแรง และใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่เหมาะสม (ให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ ล้างแล้วหน้าตึง ดังเอี๊ยด) ส่งผลให้ชะล้างไขมันที่สำคัญในการปกป้องผิวให้หายไป จึงทำให้ผิวอ่อนแอ ดังนั้น จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และควรหลีกเลี่ยง!! สารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ง่าย
 
2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงต่อผิว
ในบางครั้งเราก็อยากมีหน้าที่ขาว ใส เด้ง ไร้สิว เราจึงหันไปใช้เครื่องสำอางที่มีค่า pH ที่เป็นกรดหรือด่างจนเกินไป ซึ่งส่งผลให้เกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติถูกทำลายไป ทำให้สูญเสียน้ำ ผิวแห้งเสีย ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่สามารถป้องผิวจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราได้
 
เราจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิวหนังของเราคือ ประมาณ 4.7 และ 5.75 แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอย หรือสิว เราสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าอยู่ในช่วง pH ไม่ต่ำกว่า 3 หรือ pH ไม่สูงกว่า 9 ได้ เป็นครั้งคราว เพื่อช่วยเร่งให้ผิวของเราผลัดเซลล์ผิวได้เร็วยิ่งขึ้น
 
3. ไม่ทาครีมบำรุงผิว
เชื่อดาวเถอะค่ะ ว่า มีคนไม่ทาครีมบำรุงผิวใดๆ เลย เพราะคิดว่า ตัวเองหน้ามันเป็นสิว ยิ่งทาแล้วหน้าจะยิ่งมันและเป็นสิวได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนะคะ เราควรทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมน้ำจากภายนอกให้แก่ผิว (ผิวที่แห้งขาดน้ำ จะทำให้โครงสร้างที่เป็นเกราะป้องกันชั้นผิวเสียไปและทำให้หน้ามันขึ้นด้วยนะคะ)
 
4. สครับหน้าบ่อย
ถ้าผิวเราพูดได้ คงจะบอกว่า ผิวยังไม่ทันแข็งแรง....ก็มาพรากเราไปจากเธอไปซะละ ข้อดีของการสครับขัดหน้า (scrub) หรือ ลอกผิว (peeling) คือช่วยเร่งให้ผิวของเราผลัดเซลล์ผิวได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะอายุเยอะขึ้น ความเครียดสะสม อะไรๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ควรบ่อยจนเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคือง แพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง
 
5. ไม่ทากันแดด
ดาวย้ำกับเพื่อนๆ เสมอเลยนะคะ ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันไม่ให้ Skin Barrier อ่อนแอ และยังช่วยป้องกันรังสียูวีหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเกิดสารอนุมูลอิสระ นำไปสู่ ผิวแพ้ง่ายและปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น  ผิวหน้าหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย กระ และฝ้า โดยควรเลือกใช้ครีมกันแดด ที่ปกป้องได้ครบทุกรังสี UV มีค่า SPF 30-50 และค่า PA+++ และทาเป็นประจำทุกวัน (ควรทาซ้ำทุก 2 ชม. เมื่อออกแดดจัด)
 
6. ดื่มน้ำน้อยไป
อย่าลืม! ร่างกายต้องการน้ำเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นตลอดเวลา เราเติมน้ำจากภายนอกแล้วก็ไม่ควรลืมเติมน้ำจากภายในใช่มั้ยคะ ดังนั้น เราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว (แก้วละประมาณ 250 ซีซี)
 
7. ยารักษาบางชนิด ทำให้ผิวแห้ง
ในข้อนี้ ดาวอยากให้เพื่อนๆ ปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรนะคะ เพราะมียารักษาบางชนิด ที่มีผลข้างเคียงทำให้ผิวของเราแห้งขึ้น เช่น ยารักษาในกลุ่มของสิว
 

ไม่อยากให้ Skin Barrier พัง แล้วมีปัญหาผิวตามมามากมาย ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้นะคะ